วันนี้ 21 ธ.ค.60 ที่กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.)เป็นประธานในการเปิดโครงการ กรุงเทพมหานครเมืองต้นแบบสวมหมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์ Saving all lives for Thai people Opening up Bangkok โดยมี พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจราจร(ผบก.จร.)ร่วมพิธี และภาคีเครือข่ายที่ร่วมสนับสนุนหมวกกันน็อคจำนวน 1,500ใบ เพื่อแจกจ่ายไปยังสถานีตำรวจทั้ง 88 สน.สำหรับให้ประชาชนยืม

พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวต้องการรณรงค์ส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ขับขี่รถจักรยายนต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ตระหนักถึงความปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ซึ่งมองว่า การณรงค์ต้องทำคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายโดยบช.น.ตั้งเป้าว่ากรุงเทพมหานครจะต้องเป็นเมืองที่มีการสวมหมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์โดยจากผลสำรวจพบว่าขณะนี้ประชาชนในกรุงเทพมหานครที่ขี่จักรยานยนต์ ร้อยละ 80มีการสวมหมวกันน็อคอยู่แล้ว เหลือเพียงประมาณร้อยละ 20 เท่านั้นที่ยังไม่มีการสวมหมวกกันน็อค ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรได้บังคับใช้กฎหมายโดยทั้งจับ ปรับ ออกใบสั่ง และตักเตือน ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่สามารถป้องกันความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุได้

ดังนั้นกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)จึงมีโครงการดังกล่าวโดยหากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพบเห็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารที่ไม่สวมหมวกันน็อคให้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นตั้งแต่วันนี้-27 ธ.ค.60 หากพบเห็นให้ทำการว่ากล่าวตักเตือนพร้อมทั้งขอตรวจใบขับขี่และให้ยืมหมวกกันน็อคสวมใส่ก่อนขับรถออกไป โดยให้แต่ละสน.นำหมวกที่ได้รับการสนับสนุนไปไว้ประจำป้อมจราจรหรือสน. ซึ่งแล้วแต่ความเหมาะสมแต่เน้นอำนวยความสะดวกในการยืมให้ประชาชนมากที่สุด

พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวต่อว่า โดยช่วงที่ว่าตักเตือนนั้นเจ้าหน้าที่จะยังไม่มีการจับปรับ เพราะทางบช.น. ต้องการสร้างความเข้าใจร่วมกันก่อน ซึ่งจะบันทึกหลักฐานชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ พร้อมทั้งออกใบสั่งจากนั้นให้ผู้ขับขี่ยืมหมวกกันน็อคก่อนขับรถไปต่อ และให้นำมาคืนภายหลังโดยกรณีที่นำมาคืน จะต้องนำมาคืนในจุดที่ยืมไป ส่วนการชำระค่าปรับในช่วงรณงค์แจ้งเตือนจะให้อำนาจเจ้าพนักงานสอบสวนทำการว่ากล่าวตักเตือนก่อน หลังจากนั้นในเดือนม.ค.2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะเริ่มจับปรับผู้ที่ไม่สวมหมวกกันน็อคทั้งคนขับและคนซ้อนทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมทั้งจะไม่อนุญาตให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร ขับรถไปต่ออย่างผิดกฎหมายจนกว่าจะสวมหมวกกันน็อคแม้จะได้รับใบสั่งและจ่ายค่าปรับแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะยังคงมีหมวกให้ยืมเหมือนช่วงรณรงค์ สำหรับข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อคจะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

อย่างไรก็ตาม กรณีไม่สวมหมวกกันน้อคเป็นความผิดซึ่งหน้าสามารถดำเนินการได้ทันทีหากพบเห็นจึงไม่จำเป็นต้องมีการตั้งด่านจราจร แต่อย่างใด