วันนี้ 21 ธันวาคม 2560 นายประสงค์ คุ้มประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) พร้อมผู้เกี่ยวข้อง นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามดูผลงาน การปักเสาไฟฟ้าที่ถูกรื้อถอนและไม่ได้ใช้งานแล้วจากโครงการนำสายไฟฟ้าใต้ดิน มาใช้ประโยชน์ในการป้องกันและแก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ที่ชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน
โดยนายประสงค์ กล่าวว่า จากที่การไฟฟ้านครหลวงได้มีโครงการมหานครอาเซียนเพื่อที่จะทำกรุงเทพฯให้สวยงามด้วยการวางสายไฟฟ้าใต้ดินและรื้อถอนเสาไฟฟ้าซึ่งการไฟฟ้านครหลวงมีการทำงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งปีแรกๆอย่างได้ระยะทางไม่มากนักจนกระทั่งปัจจุบันในช่วงกลางปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการบนถนนพหลโยธินซึ่งเป็นย่านการค้าย่านธุรกิจ รวมระยะทาง 8 กิโลเมตร ตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงบริเวณห้าแยกลาดพร้าว โดยรื้อถอนเสาไฟฟ้าตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาจนแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2560 ต่อมาได้มาดำเนินการบนถนนพญาไท โดยเริ่มตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงสะพานหัวช้างรวมระยะทาง 38 กิโลเมตร และล่าสุด ดำเนินโครงการบนถนนสุขุมวิท ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนจนกระทั่งแล้วเสร็จเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนย่านสุขุมวิทและบริเวณใกล้เคียงเนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีโรงแรมห้างสรรพสินค้าและมีนักท่องเที่ยว เป็นจำนวนมาก

โดยนายประสงค์ได้กล่าวต่อว่าจากถนนทั้งสามเส้นทางทำให้สามารถรื้อถอนเสาไฟฟ้าได้ถึงจำนวน 1222 ต้นและได้นำเสาไฟฟ้า ที่ถูกรื้อถอนมามอบให้กับกรุงเทพฯเนื่องจากทางการไฟฟ้านครหลวง 1 เห็นว่า จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์จากปัญหา น้ำกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนที่พบว่าใน 1 ปี แผ่นดินจะถูกน้ำกัดเซาะ กินพื้นดินเข้าไป 10-11 เมตร ซึ่งทำให้แผ่นดินหายไป ดังนั้นเสาไฟฟ้าคอนกรีตจะมีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากมีอายุการใช้งานนานประมาณ 30 ปี ทดแทนไม้ไผ่ที่ชาวบ้านนำมาปักไว้ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ง่ายกว่ามีอายุการใช้งานแค่ประมาณ 2-3 ปีเท่านั้น
สำหรับการดำเนินโครงการครั้งนี้ สามารถปักเสาไฟฟ้าได้รวมระยะทาง 200 เมตรซึ่งจุดที่ดำเนินการเป็นจุดที่มีกระแสน้ำกัดเซาะและพัดเข้าฝั่งแรง
ขณะที่นายประสงค์ยังได้กล่าวถึงโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินในอนาคตว่าในช่วงไตรมาสของปี 2561 จะดำเนินการต่อที่ถนนราชปรารภและถนนพระราม 1 ตั้งแต่สนามกีฬาไปจนถึงสะพานกษัตริย์ศึก และจะดำเนินการให้ครอบคลุม อีก 39 เส้นทางรวมระยะทาง 127 กิโลเมตรโดยจะให้แล้วเสร็จในปี 2564 และจะนำเสาไฟฟ้าที่ถูกรื้อถอนส่งมอบให้กับกรุงเทพฯไปดำเนินการใช้ประโยชน์ ต่อการกัดเซาะชายฝั่งทะเลต่อไป