พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกนัฐมนตนีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งได้ขอบคุณ ข้าราชการทุกหน่วยงาน รวมทั้งภาคประชาสังคม ที่สนับสนุนขับเคลื่อนทำงานหนักร่วมกันอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ส่งผลให้ประเทศไทย ได้รับการจัดระดับในรายงานการค้ามนุษย์ TIP report 2018 ของสหรัฐฯ ดีขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนานาประเทศ พร้อมแจ้งที่ประชุมรับทราบร่วมกันว่า ผลการจัดลำดับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ที่ดีขึ้นนี้ มีผลอย่างมากต่อการยกระดับความเชื่อมั่นและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของไทย ซึ่งเดิมสร้างความเสียหายทางการค้าและสุ่มเสี่ยงกับการต่อต้านสินค้าไทย เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอและประมง เป็นต้น พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาแนวทางดำเนินงานตามข้อเสนอแนะ ในรายงานการค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2561 โดยกำหนดให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเจ้าภาพหลัก ติดตามผลการดำเนินงานภาพรวม และรายงานให้ทราบเป็นระยะ พร้อมทั้งแบ่งมอบให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบขับเคลื่อนแก้ปัญหาตามข้อเสนอแนะของสหรัฐฯ ในประเด็นต่างๆ รวมทั้งร่วมพิจารณากำหนดมาตรการเร่งรัดการดำเนินคดีค้ามนุษย์ และคดีค้ามนุษย์ ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องดำเนินมาตรการปกครองหรือวินัย และทางอาญาอย่างรวดเร็วและจริงจัง โดยส่งสำนวนให้ สำนักงานป.ป.ช. แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ หากเป็นคดีค้ามนุษย์ที่สำคัญ มีผลต่อภาพลักษณ์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้ถือเป็นคดีพิเศษ


ทั้งนี้ กำชับให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ต้องรักษาระดับและคงความพยายามหลักพัฒนาให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนต่อไป ด้วยการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำ การคุ้มครองผู้เสียหายและป้องกันการตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องคุ้มครองความเสมอกัน ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรม ที่ไทยยึดถือตลอดมา พร้อมทั้งย้ำว่า ระบบราชการของทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่ ต้องยืนหยัด เข้มแข็ง จริงจังและต่อเนื่อง ยืนยันว่า รัฐบาลปัจจุบัน จะยังคงนโยบายสำคัญและความพยายามหลัก เดินหน้าป้องกัน ปราบปรามและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างเต็มกำลังต่อเนื่องกันไป ให้มีผลทั้งทางกว้างและทางลึก โดยในปี 2562 จะพิจารณาผลักดันยกระดับการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ให้มีผลร่วมกันระดับภูมิภาคมากขึ้น ในโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียน